เพลงนี้ถูกประพันธ์ขึ้น เมื่อ 40 กว่าปีที่แล้ว มันมากกว่าอายุที่เขาเกิด เขาทราบว่า ตั้งแต่ลืมตาดูโลกมา ก็ได้ยินเพลงนี้ทั้งในวันที่น้ำไม่ท่วมและน้ำท่วมแล้ว

      มันเป็นเพลงแรกของนักร้องหนุ่ม ผู้เพิ่งก้าวย่างเข้าสู่วงการเพลง  ที่ได้อัดแผ่นเสียง เขาผู้ถูกขนานนามในกาลต่อมาว่า "ราชาเพลงหวาน"  ศรคีรี ศรีประจวบ
 
 
 
 
 

 
Photobucket
 
 
 
 
 
         นึกถึงวันนั้น เมื่อเขาสัมผัสน้ำหลากครั้งแรก ความรู้สึกนั้นเป็นไปในแง่บวก สุขใจ มากกว่าจะเศร้าโศกเสียใจเช่นวัยผู้ใหญ่ ซึ่งหลายคนที่อุทกภัยท่วมท้นหน่วยตา ด้วยเพราะยามนั้นเหลียวมองน้ำที่เจิ่งท่วมทับไร่นาสุดลูกหูลูกตา เกินจะหยุดน้ำไหลจากนัยน์ตาได้
 
"น้องอยู่บ้านดอน ช่างไม่อาทรถึงพี่สักครา"
 
       ยามท่วมนี้ เขาฟังเพลง "น้ำท่วม" อย่าว่าแต่ที่ลุ่ม บ้านโคกสูงก็ยังท่วมเลย กระนั้นก็ตาม ท่วมนาก็เป็นอีกแบบ พอน้ำลดพระแม่โพสพก็คงโผล่พ้น มิได้ทำให้น้ำตาท่วมทับเขามากกว่ายามนี้
 
......
 
       พบเธอยามนั้น มันท่วมใจเข้าแท้จริง เหตุเพราะรอยยิ้มอันท่วมท้นนั้น เขาผ่านหน้าน้ำหลากมามากฤดู ฝ้ายกั้นน้ำกี่มากหลายเขาปั้นแต่งกับมือ รู้ว่าจะกั้นอย่างไร เพื่อให้ทิศทางการไหลของน้ำเป็นไปอย่างใจคิด
 
แต่ปี้นี้กั้นไม่ไหวจริงๆ เขาเปรยกับเพื่อนสนิท ผู้ซึ่งกระดิกห่างอยู่ไม่ไกล
 
จริงๆ เขาแอบใจหายลึกลงไป หากน้ำครั้งนี้มากล้นเกินจะพร่องหายในเร็ววัน บางทีเขาอาจน้ำตาท่วมจอ หากข้าวไม่มีขาย
 
       ฝนพรำมามิขาดสาย มันเจือไปด้วยน้ำตา ฝนจากฟ้าช่วยพรางมิให้เพื่อนสนิทของเขามองเห็นฝนจากตาได้ชัดนัก แต่มันอาจจะรู้ว่า น้ำนั้นไม่ใช่น้ำฝนจริงก็ได้
 
     "ไม่มาช่วยพี่ซับน้ำตา น้ำตาไหลเคล้าสายชล"
 
      เธอจากไปพร้อมฤดูหลาก ฝากเพียงคำเคยหวานอันซ่านใจ วิทยุเครื่องเก่า บอกข่าวน้ำท่วมประเทศทั่วหน้า มิแบ่งแยกจนรวย หรือ สีเสื้อใด
 
       "ปล่อยให้น้ำท่วมตายดีกว่า ......."
 
      เขาเคยคิดที่จะจมตัวเองให้ลอยไปตามสายน้ำไหลนี้ ทว่า บางท่วมก็คงอยู่ไม่นาน น้ำคงแห้งในไม่ช้า เขามองเพื่อนสนิทหากวันหนึ่งไม่มีก้างปลาอะไรให้มันกิน มันจะทุกข์ใจไหมหนา
 
        น้ำท่วมทับมากที่ มีแต่คนร้องขอให้คนเห็นใจ ในความช่วยเหลือที่เขาไปไม่ทั่วถึง เขามองรูปเธอซึ่งยังคงเสียบค้างบนผนังนั้น เธอยิ้มให้เขาอย่างนั้นเสมอ ในห้วงแห่งความรู้สึกเขากั้นน้ำไม่ให้ไหลออกจากตาไม่ได้

      "น้ำท่วมที่ไหน ก็ต้องเสียใจด้วยกันทุกคน เพราะต้องพบกับความยากจน ทุกสิ้นเนื้อหมดตัว"
 
เขายังไม่หมดตัว เขายิ้มให้ตัวเอง เดียวมันก็จะผ่านไป ดังน้ำไหลไปตามกาลฤดู 
 
......
 
      ใจยังหายแผ่วโผย ถือแหเก่าเก็บไว้นาน ทอดไกลไปตามแรงมือ วงเหวี่ยงแผ่กว้างครอบคลุมลงบนคลองน้ำ ที่ภายใต้นั้นมีมัจฉาอันหลากหลายรอเขาอยู่
 
บนฝั่งนั้น เขาเห็นเพื่อนสนิทของเขา คล้ายว่ามันกำลังยิ้มน้อยๆ 
 

 
 
 
 
 
 


 
 แรงบันดาลใจจากเพลง