"นักเดินทาง"  ผู้ไม่เคยคิดจะหยุดเดินทาง ออกเดินทางมานาน เมื่อคิดตามระยะทางแล้ว มันไกลนัก เขาคิด กระนั้นก็ตามแต่ เขายังชอบเดินทาง มันคงเกิดตั้งแต่กรรมพันธุ์ซึ่งติดเชื้อกันมา ตั้งแต่มนุษย์คนแรกที่ก่อกำเนิดขึ้นบนโลกใบนี้แล้ว
 
      ถ้ามนุษย์แรก คนนั้น ไม่ออกเดินทาง หลบอยู่แต่ในถ้ำ เขาคงจะพบแต่ความมืดมิด
 
    แต่แล้วเขาก็ได้สบตากับดวงดาราอันสุกสกาว แลบางคราวจะพุ่งใต้ลงมา จนเขาเกิดความกลัวต้องสวดมนต์ขอพรให้เทพเจ้าคุ้มครอง ไหนจะพระอาทิตย์ที่แรงร้อนอันส่องแสงเจิดจ้า แม้จะให้ความอบอุ่นมากกว่าการหลบอยู่ในถ้ำก็ตาม นั้นแหละ เขาก็ยังไม่กระจ่างในแสงแห่งทิวาแลราตรี
 
     ความไม่เข้าใจ  ทำให้เขาร้องเพลงปี่ใบไม้เพื่อออกตามหาความหมาย อันไม่มีทางที่จะกระจ่างใจได้ง่าย มันมาซึ่งสิ่งที่เราเรียกกันว่า ความรู้,วิวัฒนาการ,ในกาลต่อมา 
 
   " ความกลัว ทำให้ไม่กลัว "
 
.....
 
 
   นักเดินทาง ควักคัมภีร์แห่งนักเดินทาง ออกมาอ่านใต้ร่มไม้อันเย็นสบาย
 
   สำนักชิงปรัชญาจีนโบราณ สร้างกฎนี้ขึ้นมาเพื่อบอกกับลูกศิษย์ ห้ามไม่ให้หยุดพักที่ใดเกินสามวัน ถ้าพวกเขาจะต้องตาย พวกเขาต้องตายพร้อมไม้เท้าที่กำอยู่ในมือบนถนนสายใดสายหนึ่ง
 
   " จงเดินหน้าไปเรื่อยๆ โดยไม่ต้องคิดอะไรทั้งสิ้น "
 
....
 
 
 
     เมื่อตอนที่ นายฟอเรสต์ กัมพ์ ออกเดินทางด้วยการวิ่ง เขาออกวิ่งตั้งแต่ดวงอาทิตย์โผล่พ้นจากขอบฟ้า จนกระทั้งมันลับเหลี่ยมไปที่เขาลูกใดลูกหนึ่ง เขาวิ่งตั้งแต่ใบหน้ายังเกลี้ยงเกลา ยันเคราครึ้มเป็นดงป่าดุจชื่อของเขา
 
    มันจึงไม่แปลกอะไรที่คนผู้แสวงหาสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ยึดเหนี่ยว(เช่นมนุษย์แรกของโลก) จะมีศรัทธาในตัวเขา ด้วยการออกวิ่งตาม เพื่อแสวงหาสัจจะแห่งชีวิตอะไรสักอย่าง ตามรายทางพวกเขาอาจเหยียบอุจจาระสุนัขสักกอง ทว่าพวกเขาได้แต่ก้มลงแล้วเอาไม้เขี่ยหรือล้างทำความสะอาด เพราะการเหยียบขี้หมานั้น เราไม่รู้ว่าจะเหยียบมันเมื่อไร
 
    ในเมื่อมันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินทาง
 
.....
 

 
     นักเดินทางอยากรู้ว่านอกจากเขา และมนุษย์เช่นกันกับเขา สิ่งอื่นใดนอกเหนือจากนี้ จะออกเดินทางหรือเปล่า
 
   คัมภีร์นั้นบอกไว้ โดยมีปราชญ์แห่งฟรานซิสกัน นาม บลูมเบิร์ก ผู้เขียนหนังสือเพียงเล่มเดียว ตลอดการเดินทางของชีวิตฝากโลกไว้
 
    " สิ่งมีชีวิตในโลกอื่นของจิตวิญญาน ไม่ว่าจะเป็น เทวดา ภูต โหง พราย ผีเรือน ทั้งฝ่ายดี และไม่ดี ล้วนสามารถออกเดินทางเช่นกัน "
 
   เมื่ออ่านจบ นักเดินทางแลซ้ายมองขวา รู้สึกเสียวสันหลัง และต้นคอขึ้นมาเสียเฉยๆ แต่กระนั้นมันเป็นความชาชินจนทำอะไรเขาไม่ได้เลย แค่ชั่ววูปแห่งลมพัดผ่านเท่านั้น
 
    อะไรล่ะจะหยุดเขาได้ 
 
" ความกลัว ทำให้ไม่กลัว "
 
 
 
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
 
 
        คนสมัยปัจจุบันออกเดินทางด้วยรถรา คนสมัยโบราณออกเดินทางด้วยเท้าเป็นหลัก ทว่าทั้งหมดทั้งมวล คือการเดินทาง แต่ทั้งสองยุคนั้น ล้วนไม่สนับสนุนการย่ำเท้าอยู่กับที่(สำหรับปรัชญาแห่งการเดินทาง)
 
      เล่าจื้อและขงจื้อ สนับสนุนให้ผู้คนเดินทางตลอดเวลา 
 
 
   " มีเพียงการเดินทาง และการเดินทางเท่านั้น ไม่สิ่งอื่นใดนอกจากการเดินทาง "
 
        ชูโกวผู้เป็นกวี(ชาวจีน)กล่าวซ้ำสนับสนุนแนวคิดดังกล่าว
 
.....
 
        นักเดินทาง อ่านตำรามาก หลักวิชาคล้ายว่า จะชวนปวดศีรษะ เขางีบหลับไป เมื่อตื่นขึ้นมา เขาพบสาวน้อยนางหนึ่งยืนจ้องมองเขาอยู่ใต้ร่มไม้ คล้ายยืนรอใครสักคนหนึ่ง  
 
    นักเดินทางพลันตกตะลึ่งกับความงามในแรกเห็น พักตร์และดวงเนตรของเธอ ทำให้เขาต้องนึกย้อนความถึงความไม่รู้อีกมาก อันเขาไม่สามารถพบได้ในการเดินทาง ซึ่งเขาอาจจะพบได้ในที่สุดแล้ว
 
   เมื่อเขา เดินทางภายในตัวเอง ระหว่างสบตานั้น เขาเข้าใจในสิ่งที่มนุษย์โลกคนแรกกลับเข้าถ้ำ พร้อมหญิงสาวชาวป่าคนหนึ่ง และมีลูกหลานเพื่อดำรงเผ่าพันธุ์สืบมาจนถึงตัวเขา
 
    แม้เขาจะไม่ค่อยเข้าใจปรัชญาโบราณอันชวนหนักหัวนัก แต่เขาเข้าใจ เช่นกับคนอื่นเข้าใจแล้วว่า นายฟอเรสต์ กัมพ์ หยุดวิ่งเพราะสาเหตุอันใด
 
    ขณะที่ทุกคนจดจ่อรออย่างตั้งใจ เพื่อรับฟัง คำอันมีค่าระหว่างการเดินทางพันไมล์ที่วิ่งผ่าน โลกเปลี่ยนจากหนาวเป็นร้อน ร้อนเป็นหนาวสลับกัน มันนานขนาดไหนแล้ว การตรัสรู้พร้อม อภิปรัชญาอันใด จะถูกเอื้อนเอ่ยหล่นร่วง ออกมาจากปาก
 
     ทว่านายป่าผู้หยุดวิ่งแล้ว กล่าวเพียงประโยคสั้นๆ ว่า 

                                                      " ผมเหนื่อย "
 
 
 
   นั้นสิ บางที มันไม่มีอะไรนอกจาก เหนื่อยก็พัก เช่นเดียวกันกับประโยคหลังท้ายรถกระบะ ที่ว่า shit Happen อันหมายถึง หากออกเดินทาง การเหยียบขี้หมาล้วนเป็นเรื่องราวสุดแสนธรรมดาสามัญ อาการเช่นเดียวกับ การที่ฝนจะตก แดดจะออก น้ำจากหน่วยตาจะพลันไหลออกมา
 
    เช่นเดียวกัน มันเกิดขึ้นแล้วขณะนี้ เมื่อเขาพลันสบตาเธอ
 
   มันเป็น โรคชนิดหนึ่ง เป็นอาการป่วยไม่เรื้อรัง หากเกิดขึ้นอย่างเฉียบพลันทันที (เมื่อออกเดินทางเนิ่นนานเกินควร) โรคบ้านๆ ที่เรียกกันว่า Homesick 
 
    น้ำเดินทางออกจากตา มันเกิดจากเรื่องราวแห่งการสบตา มิใช่เกิดจากเรื่องราวแห่งการเดินทาง
 
    แต่ทว่า เขาลังเล หรือนี้ก็คือส่วนหนึ่งของการเดินทาง   นักเดินทาง นิ่งหยุดคิด ในชั่วขณะ ที่เขาไม่อยากจะรู้อะไรอีกต่อไปในการเดินทางนี้
 
 
    หากเพียงแต่เธอ จะตกลงปลงใจพูดคุยภาษาบ้านๆ กับเขาสักเล็กน้อย ..
 
 
      .. เขาคงต้องหยุดเดินทาง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 inspiration from a song ...
 

Comment

Comment:

Tweet

เดินทางปลอดภัยนะคะ...พี่ทิวconfused smile

#2 By นกหงษ์หยก on 2011-08-18 19:29

ตาหนูกำลังจะปิด พอเพลงขึ้นอ่านไปเรื่อย

หนูค่อยๆเดินทางเข้านิทรารมณ์ ชัดๆ

เหนื่อยก็พัก จริงๆค่ะ

#1 By ♪『Nakarei_Belle』♪ on 2011-08-18 18:49