Photobucket
 
 
 
 
        เด็กชายยืนมองสะพาน นิ่งค้างชั่วขณะหนึ่งในความเปียกชื้นของบรรยากาศ อันอลอวลด้วยฝนซึ่งตกอยู่ข้างใน เขาอยากเข้าใจความรู้สึกของสะพานนั้น หากมีชีวิตขึ้นมาได้ มันจะรู้สึกอย่างไร ปรารถนามีชื่อเรียกแทนตัวเอง หรือ อยากมีชื่อเสียงเรียงนามขจรไกล บ้างหรือเปล่านะ
 
 
               " คนตายไม่มีชื่อหอมหวล หากเธอและเขา เป็นคนไม่ดี "
 
 
    ผู้เฒ่ากระซิบข้างหูเด็กชาย ผู้รอลุ้นผลโหวตนั้นอย่างรู้สึกว่า ไม่มีทางชนะเท่าไรนัก

    เสียงโห่ร้องอึงอล สภาประชุมด้านในหนาแน่นด้วยปริมาณของผู้คน รวมทั้งความหนาหนักของเม็ดฝนภายนอกอาคารนั้น  อันคล้ายจะป่าวร้องบางอณูสำเนียงให้กับ นักดนตรี ผู้ล่วงลับแสงไปในวัยวัน เพียง 27 ปี ( เช่นเดียวกับ 27 ปี แห่งการอับแสงแห่งดวงดารา อันมากเกินในแวดวงดนตรีโลก )
 
     นักดนตรีผู้มีทั้ง ชื่อเสีย และชื่อเสียง อย่างแรกนั้น มีคนผู้บ่ายหน้าหนีเอาง่ายๆ ด้วย ชื่อวง แม้จะพ้องคำบ่งบอก ความสุขอันสงบนิ่งนิรันดรในทางพุทธศาสนาในที แต่ในซีกโลกฝั่งตะวันตก ที่ตกเย็นอาทิตย์มักลับไปกับเสียงเชียร์อเมริกันฟุตบอลกับอ้อมกอดของเบียร์สักหนึ่งไพน์นั้น ดูเหมือนว่า นิพพาน มีเพียงเท่านี้ สิ่งอันใดอื่น นั้นล้วนไกลตัว
 
   เด็กชายเมลวินส์ จูเนียร์   อายุ 13 ปี ผู้ตามหารอยเท้าของตัวเอง เขาทราบเพียงแต่ว่าชื่อของเขานั้น ถูกตั้งตามชื่อวงนามแรก อัน เคิร์ท โคเบน ฟอร์มวงขึ้นมาในเมืองเล็กๆ  อเบอดีน ที่ไร้ชื่อเสียงเรียงนาม  แม้มันจะตั้งอยู่ในรัฐวอชินตันก็ตาม
 
   เด็กชายเมลวินส์  จูเนียร์ ผู้มีบางเครื่องหมายแห่งคำถามติดตรึงอยู่กับสะพาน สะพานที่สักวันหนึ่งเขาจะข้ามไป เพื่อก้าวย่าง สู่บางเส้นทางแห่งอนันตกาล อันมีคำตอบเป็นนิรันดร์ แม้คำถามนั้น จะยังไม่รู้แน่ชัด แต่ปู่ของเขาก็บอกเสมอมาว่า
 
                     " ถึงเวลานั้น โตขึ้นหลานจะรู้เอง " 
 
 
 
     แล้วเวลานั้น ตอนที่เด็กบ้านแตกคนหนึ่ง ผู้จะกลายเป็นตำนานของโลกในกาลต่อมา หยิบคาสเซ็ทเทปของ  The Beatles และ The Monkees มาฟัง เขากำลังคิดอะไรอยู่นะ บางทีเขาอาจไม่ได้คิดไกลถึงชื่อเสียงที่จะถาโถมไหลบ่าเข้ามา ราวพายุฝนในบางจังหวะในเมือง ที่ฝนตกตลอดปีอย่างซีแอตเทิล ด้วยซ้ำ
 
    เขาไม่ได้คิดไกลกว่านั้นว่า วันหนึ่งข้างหน้า เขาจะเปลี่ยนแปลงสุ่มเสียงอันแหบโหยสำรากโผนสากนั้น ให้ไปไกลกว่า ที่วงอย่าง Black Sabbath, The Sex Pistols และ The Clash เคยสร้างชื่อเป็นต้นทางไว้ในกาลก่อนหน้า
 
    เด็กชายเมลวินส์ จูเนียร์ นึกถึงวันที่พ่อของเขาจูงมือข้ามสะพานในวัย 7 ขวบนั้น ราวกับเหตุการณ์ เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวานนี้เอง
 
....
 
 
 
        เด็กชายเคิร์ท โคเบน ในวัย 7 ขวบปี หลีกเร้นไกลจากโรงเรียน หนีความไม่เข้าใจต่อพ่อและแม่ ผู้ที่ตัดสินใจแยกทางกัน ไปอาศัยพักใจกายชั่วคราวใต้สะพานนั้น สะพานที่ใครสักคนวางบ่วงแร้วเพื่อดักจับสัตว์หลงทางสักตัว ก่อนที่จะนำมันมาเลี้ยงไว้ ราวกับกำลังปลอบประโลมจิตใจตัวเอง และมันก็จะปรากฎในเพลงหนึ่ง(ในเวลาต่อมา) ตลอดกาล
 
    เด็กชายเคิร์ท วิ่งเข้าหาเสียงเพลง และศิลปะ เพียงเพื่อจะหาทาง ดับสูญ ตัวเองในชีวิตประจำวัน อันดุจดั่งสัตว์หลงทางใต้สะพานนั้น สะพานที่ชื่อ Young Street Bridge  ซึ่งตั้งตามชื่อของ ผู้บุกเบิกเมืองเก่าแก่ อเล็กซานเดอร์ ยัง
 
     มันมีทั้งคนที่อยากให้ชื่อของเขา ผู้เป็นราชาแห่งกรันจ์ร็อค ให้กลายเป็นชื่อใหม่ของสะพานเก่า แต่ คนตาย(อันชั่วร้าย) สำหรับผู้ผดุงความบริสุทธิ์ผุดผ่องแล้ว ย่อมไร้ความหอมหวล
 
    พวกเขาและเธอ กองเชียร์ ผู้มีเสียงดนตรีอันแหบสากดังกังวาลในดวงใจอยู่เสมอ ได้แต่หลบตาในฝนห่าใหญ่ กระซิบกระซาบกันอย่างเงียบงัน
 
       เด็กชายเมลวินส์ จูเนียร์ คิดว่าตัวเองไม่ได้อยู่ฝ่ายใด(แม้ในใจจะมีอยู่แล้ว) แต่เหตุผลของผู้ใหญ่ก็ยากเกินกว่าเด็กในวัยอย่างเขาจะถ่องแท้ เช่นเดียวกับการสูญเสียผู้เป็นมารดาตั้งแต่วันแรกที่เขาถือกำเนิดขึ้นบนโลก และการหายตัวไปของพ่อในกาลต่อมาชั่วนิรันดร์
 
     ใครเป็นผู้กำหนดไว้ว่า ผู้ใดควรจะอยู่ หรือใครควรจะเป็นผู้ไป พระเจ้าใช้กฎเกณฑ์, กติกา อันใดในการพิพากษา คนแล้วคนเล่า 
 
     หรือบางครั้งเราเอง ควรกำหนด เรื่องราวสุดท้ายของตัว แม้จะรู้ว่านั้น คือความผิดบาปในสายตาของผู้ผดุงความบริสุทธิ์  เคิร์ท โคเบน คงเห็นแต่เพียงว่า รีวอลเวอร์ในมือเท่านั้น เป็นดั่งพระผู้ชี้ทาง ที่จะทำให้ การดับสูญ ชื่อเสียง เป็นไปอย่างตลอดกาล (อันยิ่งสร้่างความซึ่มเศร้าบ่อยครั้ง มากกว่าความปรีดาอันน้อยนิด) ในวัย 27 นั้น
 
     ด้วยเพลงร็อคที่มีทางเดิน 4 คอร์ด อันมีทีี่มาจากกลิ่นน้ำหอมทาจักกะแร้ราคาถูก Smells Like Teen Spirit กลายเป็นเพลงที่แสนแพง และมีราคาค่างวดขึ้นมา อย่างไม่ได้เป็นเจตจำนงค์โดยตรงของผู้สร้าง มันเกรี้ยวกราดฉีกขนบเดิมเสียสิ้น ราวกับการพังทะลายของโคลนตม ที่ผ่านการกัดเสาะจากสายฝนที่ตกมาแรมปี มันเปลี่ยนทุกอย่างในวงการดนตรีโลก ที่แสนซ้ำซากน่าเบื่อหน่าย
 
....
 
 
 
       ก็เช่นกัน กับประเทศในแทบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่วีรบุรุษเหรียญทองโอลิมปิคสักคน จะถูกกล่าวถึงอย่างชื่นชมท่วมทนจนแทบจะมีอนุสาวรีย์ในท้องถิ่นให้ แต่เมื่อนักมวยคนนั้น ติดเหล้า เคล้านารีตามคาเฟ่ ทอดทิ้งภรรยาและลูก ชื่อเสีย ก็กลบ ชื่อเสียง อันเคยหอมหวลเสียสิ้น
 
     ชาวเมืองอเบอร์ดีน ชื่นชมในการที่วง Nirvana นำพาความรู้จักท้องถิ่นยิ่งขึ้น จากการเป็นบ้านเกิดของ เคิร์ท โคเบน แกนนำวง แต่ผู้เฒ่าผู้แก่หลายคนกลับส่ายหน้าด้วยความเอื้อมระอา เมื่อ เคิร์ท ลูกหลานแห่งซีแอตเทิ้ลซาวด์ มีแต่ข่าวเสพยาพอๆ กับชื่อเสียงของวงที่ขจรขจายไกลสุดขอบฟ้า
 
     ยกเว้นแต่พ่อเฒ่าคนหนึ่ง ผู้ที่ชมชอบชื่นชม Raymond Charles Robinson (อัจฉริยะแห่งโลกมืดผู้มีเรื่องราวอันไม่ธรรมดา)  และคิดว่า ความเป็นเคิร์ท ก็ไม่ต่างกัน บางสิ่งบนเส้นทางถูกกำนดไว้แล้ว เมื่อสัตว์นั้นติดบ่วงแร้ว(ใต้สะพานนั้น) มันแล้วแต่เราจะเลือกเลี้ยงไว้เพื่ออวดใคร หรือปลดปล่อยไปตามทาง
 
     พ่อเฒ่าผู้เก็บคอมแพคดิสท์ ทุกคอลเลคชั่นของวงเนอร์วาน่าของลูกชาย สิบตรีเมลวินส์ ผู้ลับไปชั่วนิรันดร์ ในสงครามอิรักเพื่อความเป็นประชาธิปไตย  ที่บัดนี้มันเป็นมรดกสิ่งเดียว ที่เขาจะส่งต่อให้หลานชายผู้กำลังมีเส้นทางใดเส้นทางหนึ่งของตัวเองต่อไป
 
 
 
 
 
 
Photobucket
 
 
 
 
        แม้ก่อนหน้านี้จะมีการพิจารณาข้อเสนอ ให้เปลี่ยนชื่อสะพานที่ เคิร์ท โคเบน กล่าวถึงในเพลง  'Something In The Way' เพลงอันโด่งดัง ทว่าถูกซ่อนเร้นในบีไซด์ของ  Nevermind ( อัลบั้มที่เคยถีบ  Dangerous ของไมเคิล แจ็คสัน ตกจากจากอันดับ 1 ในชาร์ทเพลง เกินกว่าวงอัลบั้มเพลงป็อบใดๆ จะทำได้)
 
    ทว่าข้อเสนอ เปลี่ยนชื่อสะพานนั้น ก็ถูกสภาประชุมเมืองมีมติเป็นเอกฉันท์ให้ตกไป ท่ามกลางเสียงโห่ร้องชอบใจของผู้คนมากหน้า ที่ไม่ใคร่จะยินดีนัก กับการนำชื่อของคน ผู้มีประวัติการใช้ยาเสพติด และการฆ่าตัวตายมาเป็นชื่อสะพาน
 
    สะพานที่มีประวัติศาสตร์ท้องถิ่นอันเข้มขลัง
 
    แต่สะพานเดียวกันนี้ ก็ยังคงชื่อ Young Street ที่ครั้งหนึ่ง เด็กชายเคิร์ท ผู้หนุ่มเยาว์ สับสนในการแสวงหา เคยก้าวผ่านในก้าวย่างเล็กๆ อันซึมเศร้าและหม่นหมอง เพียงเพื่อจะไปสู่บางสิ่งบนเส้นทาง ที่จะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ไม่ว่าใครจะชื่นชม หรือถ่มน้ำลายรด
 
 
     ต่อเนื่องขณะ ฝนยังคงทิ้งตัวร่วงทาบทับอยู่ อย่างที่เคยตกมาตลอดกาลในเมืองนี้ เด็กชายมิปรารถนาความเข้าใจความรู้สึกของสะพานแล้ว บางที สะพานอาจเพียงเกิดมาเพื่อเป็นเพียงสะพานแห่งหนึ่ง ไม่ต้องการชื่อเสียงใดๆ มันเกิดขึ้น, ถูกใครคนหนึ่งสร้างขึ้น เพียงเพื่อจะให้ใครสักคนก้าวข้ามผ่าน เพื่อไป เพื่อจากไป เพื่อกลับมา หรือดับสูญไป ตลอดกาล ก็เท่านั้นเอง
 
      เด็กชายเมลวินส์ จูเนียร์ ย้อนนึกถึง วันที่พ่อพาข้ามสะพานนี้ ด้วยการจูงมือเล็กป้อมของเขา ก่อนที่จะโบกมือลับหายไปบนเส้นทางนั้นชั่วนิรันดร์ของวันไม่นาน
 
     ล้บหายไปในสงครามที่เขาไม่มีวันเข้าใจ
 
....
 
 
 
     ดอกไม้ดอกเล็กเหลืองอ่อนอันไร้ชื่อ จากมือเล็กป้อม(เช่นเดิม)ของเด็กชาย ถูกวางไว้อย่างแผ่วเบา ณ ใต้สะพาน ริมทางสัญจร
 
    เขานึกถึงเสียงเพลงของวงนั้น แม้มันจะติดตราสัญลักษณ์ผู้ปกครองควรแนะนำ แต่ผู้เฒ่าก็ไม่เคยห้ามไม่ให้เขาฟังเลย ...  เขานึกถึงพ่อ มองฟ้าที่ชื่นฝนม่านพร่าง เหลือบเห็นรอยยิ้มของของนายเมลวินส์ เจือจางซ้อนทับบนใบหน้าของชายชราผู้เป็นปู่ ที่กำลังยืนรอเขาอยู่.. เป็นเช่นนั้นเสมอมา (แม้เขาอาจจะจากไปในวันหนึ่ง)
 
     เสียงโห่ร้องอึงอล แผ่วจางหายไปในสายฝน มันตกเสียจนชาชิน เป็นเรื่องธรรมดาสามัญ
 
 
                          " คนตายอาจไม่มีชื่อหอมหวล บางครั้ง .. หากแต่ บางสิ่งมันอยู่ตรงนี้แล้ว "
 
     
    ผู้เฒ่ากล่าวกับหลาน พลางใช้ฝ่ามืออันกระด้างตามวัยวันอันเหลือน้อย กระทบเป็นสัมผัสแผ่วเบา ตรงด้านซ้ายที่หน้าอกของเด็กน้อย
 
                              " หากเพียงแต่หลานหลับตา สดับเสียงนั้น ในสายฝน "
 
 
     เขากล่าวย้ำเตือน  กระชับแขนอย่างมั่นคง จูงมือหลานข้ามสะพาน  สะพานอันมีเรื่องเล่าเฉพาะบุคคล ..
 
        คนแล้ว คนเล่า ...
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
   

Comment

Comment:

Tweet

confused smile

#1 By นกหงษ์หยก on 2011-08-02 21:39