เทพเจ้า..แห่งกีตาร์

posted on 28 Feb 2009 21:42 by exmusic

         อันที่จริงแล้ว เรื่องนี้ ผมเคยเขียนไว้แล้วใน บล็อกอีกอัน (ดูที่ Links ข้างๆ ขวา)  สมัยมาเขียนใหม่ๆ ก่อนจะแยกมาเป็น บล็อกเฉพาะเพลง อันนี้

       ผมเกิดอยากเขียน ถึงเรื่องราว "คนดนตรีของโลก" ที่จากเราไปนานแล้ว แต่เสียงเพลงของพวกเขายังอยู่ ก็เลยถือโอกาส เริ่มด้วย Jimi Hendrix  โดยทำการเรียบเรียงใหม่จากเนื้อหาเดิม ที่ผมได้เขียนไว้แล้ว

 


 

   ว่ากันว่า ใครที่เล่นกีตาร์เป็นในปัจจุบัน หรือ ไม่ว่า Guitar Hero กี่คน ล้วนได้รับคุณูปการมากมาย จากสิ่งที่ จิมมี่ เฮ็นดริกซ์ ได้มอบไว้ให้โลก

 

     โลกของดนตรีร็อค ก่อนการมาของเขานั้น ล้วนอยู่มือของคนผิวขาว สำหรับนักกีตาร์แล้ว ก็เป็นไปในทางบลูส์ส่วนใหญ่ เช่น B.B. King (หนึ่งในคนที่มีอิทธิพลต่อจิมมี่มากที่สุดคนหนึ่ง)

 

      การมาของเขา จึงทำลายขนบบางอย่างอย่างสิ้นเชิง ไม่ได้แค่ทำลายกำแพงที่ว่า ยังสร้างสิ่งใหม่ๆ ให้คนเสพดนตรี เพราะเขาเล่นดนตรีด้วยจิตวิญญาณ เล่นมันทุกส่วนของร่างกาย แถมยังสร้างเทคนิคใหม่ๆ ในการเล่น อย่างที่ผู้ชมผู้ฟังไม่เคยพบเคยเห็น

 

       เช่น การใช้และการดัดแปลงเครื่องมืออุปกรณ์ต่างๆ ในการทำให้กีตาร์ของเขา สร้างเสียงที่แปลกใหม่ขึ้น เช่น เสียงปืนกล เสียงระเบิด และเสียงกรีดร้อง

 

       หรือ การใช้ทางเดินคอร์ดแบบกระตุกไปตุกมา สลับการใช้คันโยกทำให้เกิดเสียงหวีดแหลมสูงต่ำ เทคนิคที่ว่าเป็นเสมือนเครื่องหมายการค้าของเขา เราสามารถเข้าใจได้ไม่ยากด้วยการ ดู-ฟัง เพลง Voodoo Child ที่มีท่อนริฟฟอมตะ( ริฟฟ คือ การเล่นวนไปวนมาในจังหวะเดิมๆ เกือบตลอดเพลง)

 

^ ท่อนริฟฟแห่งตำนาน กับเพลงเอก Voodoo Child

 

        

        ว่ากันว่า Eddie Kramer ซึ่งเป็นซาวด์เอนจิเนียร์ประสบการณ์สูง ที่บันทึกเสียงให้กับ จิมมี่ แทบจะไม่ต้องทำอะไรเพื่อเสริมเทคนิคในห้องอัด เพราะ จิมมี่ ได้สร้างสรรค์เสียงใหม่ๆ  ตรงกันข้าม เอดดี้ เอง ถึงกับขอศึกษาเทคนิคต่างๆ จากเพลงที่จิมมี่เล่น

 

         เหตุการณ์ที่ถูกบันทึกไว้ นอกจากเรื่องราวต่างๆ เช่น การเผา ทุบ ทำลาย กีตาร์เป็นอาจิณ แล้ว ไม่มีครั้งไหนจะถูกเล่าเท่า กับการแนะนำตัวเขาในงาน Woodstock ปี 1969

 

         เมื่อ เขาด้นสดเพลงชาติอเมริกา ผ่านเสียงกีตาร์ ขณะที่งานใกล้จะเลิกแล้ว มีสักขีพยานจำนวนแค่หยิบมือเดียว และโลกก็ได้เห็นถึงอัจฉริยะภาพด้านกีตาร์ของเขา

 

 

 

        หลายคนเอ่ย ถึงเหตุการณ์คราวนั้น ในแง่มุมต่างกัน บางคนบอกว่า คือการประท้วงผ่านเสียงกีตาร์, การเรียกร้องสิทธิ์ของคนดำ, การประกาศความอหังการ์ว่าข้า(คนดำ)มาแล้ว สุดแล้วแต่จะตีความ

 

      มันอาจเป็นเหตุการณ์หนึ่ง ในยุคแสวงหาบุบผาชน เป็นตอนสำคัญ ของ ไซเคเดลิค ร็อค ( ร็อคที่ต้องเมามายด้วยถทธิ์ยาถึงจะเล่นได้พลิ้ว) แต่ก็กลายมาเป็น เหตุการณ์หนึ่งบท ของตำนานแห่งโลกดนตรีในที่สุด

 

 

*สิ่งที่คุณควรได้รู้เกี่ยวกับ Jimi Hendrix

 

        

      *จิมมี่ เฮนดริกซ์ มีชื่อเต็มว่า เจมส์ มาร์แชลล์ เฮนดริกซ์ เกิดเมื่อวันที่ 27 พฤษจิกายน 1942 เล่นกีตาร์เป็นตั้งแต่ 10 ขวบ

 

 * ตอนอายุ 9 ขวบ พ่อแม่หย่าร้างกัน หลังจากแม่เสียชีวิต จิมมี่ไปอาศัยอยู่กับยาย ผู้มีเชื้อสายอินเดียนเผ่าเชโรกี

 

      * ว่ากันว่า พ่อของเขารักลูก ถึงขนาดยอมขาย แซ็กโซโฟนคู่ใจ เพื่อซื้อกีตาร์ให้ลูก

       

 *   วงดนตรีวงแรกที่เขาตั้งขึ้นสมัยยังเด็กรุ่น ชื่อ Rocking Kings

 

 *  เราเห็นเขาเล่น กีตาร์ ด้วยมือซ้าย จับคอร์ดด้วยมือขวา(คว่ำลง) ที่จริงแล้วเขาเล่นได้ทั้ง 2 มือ

 

 *  เขาไม่รู้ทฤษฎีหรือตัวโน๊ตดนตรีเลย จะฝึกกีตาร์โดยอาศัยการฟังแผ่นเสียงในสมัยนั้น

         

 *   เขาเคยตั้งวงดนตรีผิวสี(ดำ)ล้วน ชื่อ Band of Gypsys

       

      *  ชื่อเสียงของเขานั้นไปดังที่อังกฤษ จนกระทั้งเกิดจุดเปลี่ยน เมื่อได้มีส่วนร่วมไปแสดงในงาน มอนเทอเร่ย์ ป๊อบ เฟสติวัล เมื่อวันที่ 16 มิถุนายน 1967 จึงทำให้เขากลายเป็นดาราแห่งอเมริกาในชั่วข้ามคืน ด้วยลีลาสุดมันส์บนเวที ซึ่งปิดท้ายด้วยการ จุดไฟเผากีต้าร์ อันเป็นที่กล่าวขวัญถึง

 

 

 

 

 *  Improvisation (การด้นสด) ของเขา ซึ่งนำมาใช้เป็นคนแรกกับดนตรีร็อค ทำให้ Miles Davis ได้รับแรงบันดาลใจ ในการคิดค้นดนตรีแขนงใหม่ให้กับแจ๊ส อย่าง Jazz-Rock Fusion

         

 *    God เป็นฉายาที่เขาได้รับ ในวงการดนตรีโลก มือกีตาร์ที่ได้การยกย่องให้เป็น "God" มี 4 คน  คือ Jimi Hendrix, Eric Clapton, Jeff Beck และ Pete Townshend

        

 *         Eric Clapton (พระเจ้าอีกคน) ปรารถนาที่จะให้จิมมี่ สอนเล่นกีตาร์คอด้านขวา(ปกติเล่นกันคอด้านซ้าย)เพราะ จิมมี่เป็นคนถนัดซ้าย แต่จิมมี่ไม่ทันได้สอนอิริค เพราะเขากลับเสียชีวิตไปก่อน

                                                                         

           

 *        Yngwie Malmsteen สุดยอดมือกีตาร์ยุค 80 ตอนเด็กไม่สนใจดนตรีเลย แต่วันที่ จิมมี่ เฮนดริกซ์ ตาย เขาได้ดูพิธีศพพร้อมบันทึกการแสดงสด ที่มีการเผากีตาร์ ตั้งแต่นั้นเด็กชายอิงวี่ ก็เล่นดนตรีเป็น

 

 *     กีตาร์คู่ใจที่ใช้ คือ Fender Stratocaster

         

 *        เพลงสุดท้ายในชีวิตที่เขาแต่ง ชื่อว่า The Story of Life

 

*       วงของอย่างเป็นทางการ ชื่อ The Jimi Hendrix Experience โดยอัลบั้มแรกที่ออกในปี 1969 ชื่อ “Are You Experienced ?

       

 *      การแสดงครั้งสุดท้ายของเขาก็คือ การแสดงที่ เมดิสันสแควร์การ์เดนท์ ในนครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 28 มกราคม 1970 อัลบั้มบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตครั้งนั้น ออกตามมาในเดือนเมษายน พร้อมกับได้รับคำชื่นชมจากนักวิจารณ์ โดยยกให้เป็น หนึ่งในอัลบั้มบันทึกการแสดงที่ดีที่สุดตลอดกาล

 

         

 *       เขาเสียชีวิตในวันที่ 18 กันยายน 1970 ด้วยวัยเพียง 29 ปี ทิ้งความฝันที่จะสร้างงานศิลปะอีกหลายแขนงเอาไว้  ตำรวจ สรุปคดีไม่ได้ ว่า เกิดจากการเสพยา หรือว่า ถูกฆาตกรรม

 

 

          ทิ้งตำนานอีกบท คนดังของโลก ทีมักเสียชีวิตก่อนวัยอันควร เสมือนหนึ่ง บทเล่าที่ว่า ชื่อเสียงนั้น ต้องแลกมา ด้วยการขายวิญญาณให้ปีศาจ(ซาตาน) เมื่อถึงเวลาเขาจะทวงคืน ตอนเขาเสียชีวิต แฟนเพลงต่างพูดกันว่า ปีศาจมารับตัวเขากลับไปแล้ว

          

  *    ร่างของเขาหลับอยู่ใต้พื้นพิภพ ที่ สุสานกรีนวูด เมมโมเรียล ปาร์ก เมืองเรนตัน มลรัฐวอชิงตัน

 

  *    ในปี 2007 นิตยสาร Rolling Stone ซึ่งทรงอิทธิพลต่อวงการดนตรีโลก ได้จัดอันดับ 100 สุดยอดมือกีตาร์ของโลก ยกให้ จิมมี่ เฮนดริกซ์ เป็นเบอร์ 1 ของทั้งหมด(จากอดีตถึงปัจจุบัน) เป็น ราชาแห่งกีตาร์"

 

 

 

        

           ก่อนจบเอนทรี่นี้ ขอฝากคำพูดของเขาที่ให้ข้อคิด กับนักกีตาร์ไว้ว่า

 

 

     " คุณต้องอยู่กับมัน บางเวลามันอาจทำให้คุณท้อถอย จนคุณอาจอยากเลิกเล่นกีตาร์ไปเลย หรือเปลี่ยนเป็นเกลียดกีตาร์ แต่ไม่ว่าจะอย่างไร มันก็เป็นเพียงส่วนหนึ่งของการเรียนรู้ เพราะถ้าหากคุณอยู่กับมันจริงๆ คุณจะต้องได้ในสิ่ง ที่เป็นรางวัลตอบแทนแน่นอน!"

 

 

Comment

Comment:

Tweet

เขาจะกลับมาอีกครั้งในนาม
mickybovy

#16 By mic (222.123.20.6) on 2010-05-08 18:31

ปรายใบอ่อน

#15 By [บอย MANO1] (113.53.11.85) on 2010-01-27 15:48

led zip?

#14 By ..ศลิง on 2009-04-12 04:30

= =

มันฟังยากนะ แล้วเราก็เล่นไม่เป็นด้วย เอิ้กๆ

#13 By เฟ on 2009-03-25 10:28

ขอบคุณครับ คุณศิลปินbig smile

#12 By anakin on 2009-03-24 00:15

ถูกใจมากครับ 90 % ของเพลงที่ฟังอยู่ทุกนี้มาจากยุค 60 , 70


ติดนิดนึง มีคนเคยพูดว่า ร็อคสตาร์มักตายตอนอายุ 27 jim morrison, kurt cobain, janis joplin และก็ jimi hendrix


และสุดท้าย ..ปีที่แล้วสมาชิกคนสุดท้ายของวง Jimi Hendrix Experience ก็เพิ่งจากโลกไป เป็นอีกหนึ่งข่าวเศร้าสำหรับผมเลย

#11 By sansanae on 2009-03-23 23:44

ขอบคุณคร้าบบบบ ว่าแต่ทำยังไงให้ตัวอักษรมันขึ้นมาชิดขอบเมนูน่ะครับ???

#10 By Robert Asakura on 2009-03-23 22:17



จิมมี่ เท่อ่า

^^
เล่นได้ทั้งสองมือเลยย


สุโค่ยยยยยย:P

#8 By (119.42.78.103) on 2009-03-01 18:06

ทำไม รู้สึก เศร้าๆ กับ เพลง นี้ จัง :)

#7 By softsolf on 2009-03-01 14:35

เขาสุดยอดจริงๆครับ big smile

#6 By clock on 2009-03-01 04:47

cry เสียดาย จัง

#5 By เซงครับ on 2009-03-01 01:00

^
^
ผมก็เด็กรุ่น Graham Coxon ครับ เผอิญ สนใจในผู้มาก่อน ทุกแนว ทุกแบบ ทุกสไตล์

big smile

#4 By tiew@fine on 2009-03-01 00:27

ผมอาจจะเกิดช้าไปหน่อยมั้งฮะ เลยไม่ค่อยได้ซึมซับความเทพของ Hendrix มากเท่าไหร่ กลายเป็นชอบเด็กเนิร์ดแบบ Graham Coxon ซะงั้น แต่ถ้าเอาพวกเล่นเยอะๆ คงเป็น John Frusciante กับ Tom Morello ละมั้งฮะ

#3 By revenge of the nerd on 2009-03-01 00:13

Hot! เป็นเจ้าแห่งกีต้าร์จริง ๆ ครับ
big smile เคยหัดเล่นตอนเป็นเด็ก ม.ต้น จนเดี๋ยวนี้ก็ยังเล่นไม่เป็นเลยค่ะ เจ็บมือ (แอ๊บเป็นหญิงบอบบางนิดนึง)

#1 By จอมบงการ on 2009-02-28 23:15