มนุษย์ล่องหน TRAVIS
posted on 20 Jul 2008 20:33 by exmusicก่อนอ่าน กรุณากด F5 หรือ Re-fresh ด้านบนเพื่อเปลี่ยนธีมใหม่
อีกไม่กี่วัน คอนเสิร์ตครั้งสำคัญ ก็จะมีการแสดงที่กรุงเทพ นั้นคือวง Simple plan และ TRAVIS
ประเมินตัวเองแล้ว คิดว่าคงพลาดแน่
ตอนที่ได้ยินมาว่า สองวงนี้จะเล่นคอนเสิร์ตในบ้านเรา ทำเอาผมงงกับผู้จัด พอเช็คกระแสในเน็ต คนอื่นก็อารมณ์เดียวกัน คือ สองวงนี้คงล่ะแนวเลย แฟนเพลงก็เฉพาะกลุ่มมากๆ
Simple plan นั้น เป็นวงป็อบ-พังค์จากแคนาดา แต่ไปดังในตลาดอเมริกา ตามแนวทางของวงแนวนี้ผู้มาก่อน
อย่าง Green Day,Offspring,Good Charlotte
ส่วนวงหลังตามแนวทางของ Brit-pop เป็น Acoustic Rock จากสก็อตแลนด์
ต้องเข้าใจว่า แฟนเพลงกลุ่มใหญ่ในบ้านเรา เขามีกลุ่มเฉพาะ คนที่ชอบความหนักหน่วง ก็ต้องฟังวงจากอเมริกา แต่ถ้าชอบเพลงที่มีเมโลดี้ไพเราะเสนาะโสต ก็ต้องวงจากอังกฤษ
ตัวผมเองถนัดไปอย่างหลัง แม้ว่า หลักไมล์เริ่มต้นในการฟังเพลงของผม จะเป็น Hard Rock ยุค 70 – 80 จากอเมริกาก็ตาม
entryคราวนี้จึงอยากพูดถึงวงหลัง แต่ถ้าลงประวัติรายละเอียดมากยาวแน่ คุณๆ ก็คงอ่านแบบข้ามๆ ใช่มั้ยครับ ซึ่งผมคิดว่า แค่คุณเข้า google.co.th เสิร์จคำว่า TRAVIS ก็อ่านไม่หมดแล้ว ถ้าสนใจจริง
สิ่งที่ต้องการของผมคราวนี้ คือ การเจาะแต่ล่ะอัลบั้มของ TRAVIS อย่างย่อๆ
Good Feeling 1997
ใครที่รู้จักพวกเขาตอนนี้ ถ้าได้ฟังอัลบั้มชุดแรก คงแปลกใจมาก เพราะมันเต็มไปด้วยซาวด์กีตาร์แบบแรงๆ อย่างไรก็ตามพวกเขาก็มีเค้าลางที่สดใส สื่อมวลชนอังกฤษ ต่างให้นิยามกันว่า New OASIS
โดยมีเพลงฮิตอย่าง all I want do is rock
The Man Who 1999
2 ปีถัดมาพวกเขาได้โปรดิวเซอร์มือเซียน Nigel Godrich ที่เพิ่งเสร็จงานเปิดศักราชใหม่ของโลกดนตรีร็อคอย่างอัลบั้ม KID A ของ Radiohead อัลบั้มนี้เองพวกเขาได้ค้นพบตัวเอง ซึ่งเป็นแนวทางของวงในกาลต่อมาก คือ การยืนพื้นเล่นเพลงเมโลดี้สวยงาม ด้วย Acoustic Ballad Rock ที่พวกเขาถนัดมาก
มีเพลงที่สุดไพเราะคลาสสิคตลอดกาลอย่าง why does it rain on me ? เพลงที่เหลือก็ไพเราะไม่แพ้กัน
อัลบั้มชุดนี้กวาดรางวัลไปมากมาย แถมยังส่งอิทธิพลกับวงรุ่นถัดมาอย่าง Starsailor,Keane,Snow Patrol และหนึ่งในนั้น คือวงฮิตระเบิดโลก COLDPLAY
Chris Martin ฟรอนท์แมนแห่ง COLDPLAY เคยกล่าวยกย่อง TRAVIS ในรายการวิทยุ Radio 1 ไว้ว่า “TRAVIS คือ วงที่ทำให้วงของผมและอีกหลายๆ วงได้เกิดขึ้นมา”
The Invisible Band 2001
พวกเขาตั้งชื่ออัลบั้มแบบถ่อมตัว เพลงของพวกเขาดัง แต่ขออยู่ข้างหลังแบบเงียบๆ ประมาณมนุษย์ล่องหน อัลบั้มชุดนี้ ถือว่าเป็นอัลบั้มซึ่งเป็นตำนานของวงเพราะมันดังไปทั่วโลก โดยมีเพลงดังๆ อย่าง Sing, Side, Flowers in the window
ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ตที่ฝรั่งเศสของอัลบั้มนี้เอง มือกลองของวงประสบอุบัติเหตุลื่นล้มที่สระว่ายน้ำของโรงแรม เส้นประสาทด้านหลังกระทบกระเทือน ส่งผลให้อัลบั้มถัดมา มีอิทธิพลที่ว่าโดยรวม แต่ Neil Primrose ก็รักษาตัวจนหายดีในเวลาต่อมา
12 Memories 2003
อัลบั้มแห่งความหม่นเศร้า เนื่องจากได้รับอิทธิพลจากเพื่อนที่ประสบเหตุ เหตุการณ์โลกก็ตึงเครียดด้วยไฟสงครามที่คุกกรุ่น พวกเขาอยากจะโตทางด้านความคิด แต่แฟนๆ ไม่เอาด้วย มันจึงเป็นอัลบั้มที่ล้มเหลวในแง่ยอดขาย แม้จะได้รับคำชมจากนักวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็ตาม
Singles 2004
พวกเขาปลอบใจตัวเอง และแฟนเพลงด้วยอัลบั้มรวมซิงเกิ้ลฆ่าเวลา โดยมีเพลงใหม่อย่าง walking in the sun กับ the distance ทำยอดขายได้น่าพอใจอีกครั้ง
The Boy with no name 2007
ได้ Nigel Godrich ผู้ที่เคยทำให้อัลบั้ม The Man Who กับ The Invisible Band ให้แฟนเพลงหลงรัก มานั่งแท่นโปรดิวเซอร์อีกครั้ง และแล้วสรรพสำเนียงอันไพเราะเดิมๆ ก็กลับมาอีกครั้ง โดยมีเพลงสุดไพเราะอย่าง closer เป็นหัวหอก รวมทั้ง my eyes, jelfish jean, new Amsterdam คือ เรียกว่าไพเราะทั้งอัลบั้มก็ว่าได้
ล่าสุด TRAVIS ประกาศทางเว็บไซด์ของวงแล้วว่า อัลบั้มชุดใหม่จะวางแผงเร็วๆ วัน นี้ ในชื่อ Ode to J.Smith http://www.travisonline.com/
ลองฟังเพลงใหม่ J.Smith ได้ที่ http://www.myspace.com/travis
ผมอยากให้พวกคุณที่อ่าน entry วันนี้จบแล้ว อย่าลืมไปซื้อ CD ของจริงกันนะครับ เพราะมันคุ้มค่ากว่า แต่ถ้าโอกาสในการฟังหายาก ผมมี 3 อัลบั้มสุดไพเราะอยู่ในครอบครอง คือ
The Man Who
The Invisible Band
The Boy with no name
เลือกชุดใดชุดหนึ่ง หรือ ทั้งหมดก็ได้ ทิ้งอีเมล์ไว้ตามสะดวก ผมจะส่งไปให้ครับผม






สนับสนุนของแท้เช่นกันค่ะพี่ มีคุณค่า และจิตวิญญาณกว่ากันเยอะ
#1 By rusleeping on 2008-07-20 21:41