Photobucket
 
 
 

    แม่น้ำสายกว้าง แลฝั่งไม่เห็น ..เพลงนั้น มีท่อนแรกขึ้นมาอย่างนี้

    ทุกคนมีเพลง แลสายน้ำเป็นของตัวเอง จะโลดเต้นไปในท่วงทำนองแบบใดนั้น ทุกผู้นามอาจน้อยคงนักที่ข้ามพ้นสายน้ำนั้นไปได้ เพราะคนส่วนมากย่อมไม่เห็นฝั่ง ด้วยเพลิดเพลินกับสองข้างทางนัก จนลืมไปว่ามีฝั่งหนึ่งซึ่งรอเราอยู่ ทุกเมื่อเชื่อวัน

    ฝั่งที่เราจากมา

   เพลงนั้นชื่อแปลกๆ ว่า “ วีณาแกว่งไกว ” จากนักเขียนเพลงผู้ลุ่มลึกที่สุดในสยามประเทศ “ เขตอรัญ เลิศพิพัฒน์ ” เพลงจากอัลบั้ม กระดี่ได้น้ำ ของดูโอจากแดนอีสาน นาม อัสนี-วสันต์ โชติกุล

(ส่วนต้นฉบับนั้น เรวัต พุทธินันท์ เคยร้องไว้ในชุด ดนตรี คีตา เวหา จักรวาล)


   เพลงนั้น มีท่อนฮุคช่วงท้าย ที่แปลกที่สุดในโลกว่า “ นิพพานัง ปรมัง สุขัง

แต่ชีวิตมีเรื่องแปลกมากมาย ตราบที่เราประมาท สนุกเพลิน เสพสรร จนลืมวันคืน ลืมฝั่ง ก็ไม่มีอะไรให้แปลกใจกันอีกแล้ว


ตะเกียงที่ขาดน้ำมันย่อมดับลง

ดอกไม้ผลิบานตามฤดูกาลแลวันหนึ่งจักโรยร่วง

โดยเนื้อแท้เราคล้ายหินผา เกาะแก่ง ซึ่งตั้งอยู่โดดเดี่ยวกลางน้ำ แม้จะมีผืนน้ำเกาะเกี่ยวกันไว้ก็ตาม ก็จะขาดจากกันในที่สุด

แม้แต่เรือที่เราใช้โดยสาร ก็จะจมลงในความผุงของกาลเวลา

     คนเขียนเพลงคนนั้น จากเราไปนานโขแล้ว ท่ามกลางสื่อบันเทิงที่ผลิตราวกับออกจากเบ้าหลอมแห่งโรงงานอุตสาหกรรม เพลงดีๆ อันมีเนื้อหามากกว่าความรักใคร่ ไม่ค่อยมีให้ฟังกันแล้ว

     ‘คนดี’ ก็ถูกนิยามให้นับหน้ากันผิดๆ ตาม ทรัพย์ศฤคาร ยศถา ชื่อเสียงที่เขามี มากกว่า ‘ความดี’ แต่เหล่านี้มิใช่หรือ คือสิ่งที่เรา สมมติเอา

      สมมติจนลืมฝั่งหนึ่งที่เราทุกผู้นามย่อมถึงฝั่งนั้น  สักวัน

     ชีวิตมาจากธาตุทั้งสี่ แลเราท้ายที่สุด ทุกผู้นาม จะกลับกลายเป็นดั่งที่เรามา ไม่ว่าจะสนุกกับสายน้ำกว้างใหญ่แค่ไหน ก็ตามบทเพลงนั้นจะสิ้นเสียงลง ในที่สุด

 

ทุกสิ่งสลายพลัน.....เมื่อฉันลืมตา
และฉันพบว่า..........ฉันกลับมาที่เรือ
เร่งฝีพายเถิด.........จะเกิดกำลัง
นำเรือเทียบฝั่ง.......ลำพังตัวเอง

 

 

เอนทรี่นี้ เพื่อรำลึกถึง การจากไป..ของ คุณพ่อ ฐนกร สายใจ